ผู้ร่วมเขียน

วันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2554

How Much Fat Should You Eat?

blog_oct20By susanb, October 20, 2011
I have a long list of questions I’m asked all the time but are hard to answer. Last week I was asked – for what seemed the umpteenth time – another question that I’m adding to my list:  “How much fat should I eat”?

วิธีลดไขมันจากอาหารง่ายๆ


เขียนโดย Susanb, 20 ตุลาคม 2011 แปลโดยผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์ โอฬาร ตันติภนา
ฉันมีรายการคำถามที่ถูกตามอยู่ตลอดเวลาแต่ยากที่จะให้คำตอบ และในสัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งถูกถามคำถามทำนองนี้ที่เคยได้รับมานับครั้งไม่ถ้วนอีกครั้ง เป็นคำถามที่ฉันใส่เข้าไปในรายการเช่นกันคือ "ฉันควรกินไขมันมากแค่ไหน?"

วันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Menopause: Make you fat? What is the solution?

By susanb, October 6, 2011


GEN45
If you were to ask most women when they’d be most likely to gain weight in their lives, they’d probably pinpoint two life-changing events – pregnancy and menopause.  And while weight gain during pregnancy is expected and necessary, the same doesn’t hold true for menopause.  Yes, the body undergoes changes that may make weight maintenance a bit of a challenge, but weight gain during the change of life isn’t inevitable. 

หมดระดูทำให้อ้วน?



ถ้าคุณถามผู้หญิงส่วนใหญ่ว่าช่วงเวลาไหนในชีวิตที่พวกเขามักจะน้ำหนักขึ้น คำตอบก็มักจะเป็นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตของผู้หญิง 2อย่างคือ การตั้งครรภ์ และ การหมดระดู สำหรับการตั้งครรภ์นั้นมันเลี่ยงไม่ได้และคาดไว้อยู่แล้วว่าหนักตัวจะมากขึ้น แต่ มันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับเวลาที่ผู้หญิงหมดระดู  มันก็ใช่ที่ร่างกายจะเปลี่ยนแปลงไปและทำให้การควบคุมน้ำหนักเป็นสิ่งท้าทายเรามากขึ้น แต่ น้ำหนักตัวมากขึ้นในช่วงเวลานี้ไม่ใช่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

กับดักของการไดเอ็ท 6 ประการในร้านอาหาร


เขียนโดย susanb 29 กันยายน 2011
แปลโดย ผู้จำหน่ายเฮอร์บาไลฟ์ โอฬาร ตันติภนา

คนไข้ของฉันบางคนบอกฉันว่า เวลาที่พวกเขาควบคุมอาหารที่จะกินบางครั้งก็จะหยุดกินอาหารตามร้านอาหารต่างๆไปเลย เพราะเมื่อเทียบกับ รายการอาหารที่เย้ายวนต่อมน้ำลาย, ปริมาณอาหารเยอะ และ ไม่มีทางรู้ได้ว่าอาหารแต่ละจานนั้นมีแคลอรี่เท่าไร พวกเขาจึงรู้สึกว่าอยู่กับบ้านจะดีกว่า

ฉันก็เข้าใจความคิดของพวกเขานะ แต่การออกไปกินอาหารนอกบ้านมันเป็นความสุขอย่างนึงที่เราคงไม่อยากหยุดทำไปตลอดกาล ฉันคิดว่าการเรียนรู้ที่จะกินอย่างรับผิดชอบนั้นเป็นทักษะที่คุ้มค่าแก่การฝึกฝน

ถ้าหากคุณกินอาหารนอกบ้านแค่ปีละ 2-3 ครั้ง ฉันอาจบอกให้คุณไปกินได้อย่างมีความสุขไม่ต้องกังวลอะไร แต่โดยเฉลี่ยแล้วเรากินอาหารนนอกบ้านถึง 1 ใน 3 ของมื้ออาหารทั้งหมด ดังนั้นจึงควรค่าแก่การให้ความสนใจต่อกับดักของร้านอาหารที่ล่อลวงการกินของเรา เหล่านี้

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

Six Restaurant Diet Traps

By susanb, September 29, 2011
I’ve had patients tell me that when they’re trying to watch what they eat, they sometimes just stop eating in restaurants altogether. Between the tempting menu descriptions, the huge portions and no way of knowing how many calories they’re eating, they often feel like they’re simply better off just staying home.
I understand what they’re saying, but since going out to eat is a pleasure we probably don’t want to give up forever, I think that learning your way around a menu and figuring out how to ‘dine responsibly’ are skills worth mastering.
If you only eat out a few times a year, I’d probably just tell you to go out and enjoy yourself. But we eat, on average, about a third of our meals away from home, so it’s worth paying attention to some of these common restaurant diet traps.

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

อย่าชดเชยการใช้พลังงานด้วยอาหารและการพักผ่อนมากเกินไป


โดย susanb, July 7, 2011

คุณอาจเคยเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง - หลังจากออกกำลังกายหนักกว่าเดิมนิดหน่อย คุณพบว่าตัวเองกำลังคิดว่า "ฉันเพิ่งเผาผลาญแคลอรี่ไปมากเหลือเกิน ฉันกะว่าจะกินชีสเบอร์เกอร์สักชิ้น" มันเรียกว่า "การชดเชยแคลอรี่" บ่อยครั้งที่เราจบด้วยการการกินมากเกินไปหลังจากออกกำลังกายโดยเชื่อว่าตนเองใช้พลังงานไปมากกว่าที่เรากินเข้าไป แต่การกินมากเกินไปซึ่งเพิ่ม"แคลอรี่เข้ามามากขึ้น"ไม่ใช่แค่สิ่งเดียวที่เราทำเพื่อชดเชย บางครั้งเราปรับ"การใช้แคลอรี่ออกไป" - และหลังจากเราทำกิจกรรมอะไรบางอย่างที่ไม่ได้หนักหนาอะไร เราชดเชยมากเกินด้วยการทำตัวไม่กระฉับกระเฉงตลอดวัน หรือขี้เกียจตลอดวันที่เหลือนั่นเอง